แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปัญหา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปัญหา แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554

อุปสรรค


อุปสรรคที่เราต้องเจอในวันนี้
คือ กรรมเก่าที่เราเคยทำกับใครไว้ในชาติก่อน ๆ
ผลที่เราต้องมาเจออุปสรรคเหล่านี้
ทำให้เราท้อแท้ และถามตัวเองเสมอว่า
"ทำไมชีวิตของเราถึงเป็นแบบนี้ ในเมื่อวันนี้เราไม่ได้คิดร้าย หรือทำเรื่องไม่ดีต่อใครทั้งสิ้น แต่ทำไมชีวิตของเรายังต้องเจอกับเรื่องพวกนี้"
แต่เมื่อเราก้าวผ่านอุปสรรคนั้นมาได้
พอเราหันกลับไปมองดู เราจะรู้สึกว่า
อุปสรรคนั้นไม่ได้ใหญ่มากไปกว่าใจเราคิดเลย
เพราะเราสามารถผ่านมาได้
แต่อุปสรรคใหม่ที่กำลังรอเราอยู่ในข้างหน้า
"ทำไมมันถึงยากจัง"
นี่คือสิ่งที่เรากำลังเจอ และเรารู้สึกว่า
"เราต้องรวบรวมทุก ๆ ความอดทนที่เรามีเพื่อทำให้เราสามารถผ่านไปให้ได้"
"ถึงแม้จะยากเย็นแค่ไหน ถึงแม้เราจะต้องจมกับอุปสรรคนี้อีกนานแค่ไหน แต่มันจะต้องมีวันที่เราผ่านไปได้"
เพียงแต่ เราต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับอุปสรรคที่เรากำลังเจอ

ถึงแม้วันนี้เราจะสามารถผ่านอุปสรรคนี้ไปได้
แต่เราก็ยังมีอุปสรรคใหม่ รอเราอยู่แล้ว
เพราะถ้าเราได้ผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้
อุปสรรคที่เราจะต้องเจอ
มันต้องยากกว่านี้แน่นอน
เพียงแต่เป็นการเพิ่มระดับความยากขึ้น
และเมื่อวันที่เราสามารถชนะอุปสรรคทั้งหลายได้
เราก็สามารถยกระดับจิตใจของเราได้เช่นกัน

เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ
สำหรับการเป็นคนดี

ความดี


วันนี้เป็นวันที่เรามีความยินดีมาก ๆ เลยนะ
ปัญหาของเราที่ใหญ่กว่าปัญหาเก่ายังรอเราแก้ไขอีกเพียบ
แต่วันนี้เราภูมิใจและยินดีอย่างยิ่งที่อยากจะบอกให้หลาย ๆ คนได้รู้ว่าวันนี้
"เราทำความดี ด้วยใจบริสุทธิ์จริง ๆ"

เมื่อก่อนเราทำความดี แค่การกระทำ
แต่วันนี้ปัญหาที่เราต้องเจอหลาย ๆ ครั้ง
ค่อย ๆ บ่มเพาะจิตใจของเราให้เข้มแข็ง และแกร่งมากยิ่งขึ้น
ถึงเราจะท้อทุกครั้งที่เจอปัญหา
แต่เรายังไม่เคยละเว้นในการทำความดีเลยนะ

ถึงแม้บางครั้งเราจะไม่มีเงินไปทำบุญ หรือพาแม่ไปวัด
แต่เราสามารถทำความดีได้
แม้ว่าเราจะอยู่ที่บ้าน
เพราะเราสามารถดูแลพระในบ้านได้

โดยสิ่งที่เราทำนั้น
เราต้องบอกว่า มันทำให้เรารู้สึกดีมาก ๆ เลยนะ
มันอิ่มเอมใจ และมีความสุขมาก ๆ เลย

วันนี้เราไม่เสียใจแล้วนะ ที่แม่ไม่เหลือสมบัติอะไรให้เรา
เพียงแค่วันนี้ เรามีแม่ให้เราแสดงความกตัญญูกตเวที
แค่นี้ก็เพียงพอแล้วแหล่ะ
เราไม่ต้องเดินทางไปหาพระอรหันต์ที่ไหนหรอกนะ
เพราะพระอรหันต์สำหรับลูกทุกคน
ก็คือ "แม่"

เรามีความสุขที่เราได้ตอบแทนพระคุณของแม่
แม่สอนให้เรารู้จักกับคำว่า "เสียสละ"
เราจะทำให้แม่มีความสุข
แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เราก็มีความสุข
และแม่ของเราก็มีความสุขด้วยเช่นกัน

เงินทองเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิต
แต่เงินทองไม่ใช่ทางออกของปัญหาในชีวิตได้หรอกนะ
และเงินทองไม่สามารถนำพาใครไปสู่ฝั่งแห่งพระนิพพานได้

นี่คืออีกหนึ่งสัจธรรมที่เราค้นพบหลังจากที่เราได้ว่างเว้นจากการเขียนบล๊อกไป
เราอยากบอกต่อแค่นั้นเอง

สวดมนต์


"ลองสวดมนต์สิ"
นี่คือคำที่หลาย ๆ คนจะได้ยินจากเราบ่อยมาก ๆ
ใครที่ประสบปัญหาชีวิตในด้านต่าง ๆ มาเจอกับเรานะ
เราก็จะบอกไปว่า "ให้ลองสวดมนต์ดูสิ"

นาทีที่เค้าประสบพบเจอกับปัญหาเนี่ย
เราก็รู้นะว่า "จิตเค้าตกแน่นอนแหล่ะ"
เพียงแต่ว่า เราจะทำยังไงให้เค้ามีสติ
เพราะเวลาคนเราจิตตก สติก็กระเจิงเหมือนกันนะ

ก็มักจะบอกหลาย ๆ คนให้ไปสวดมนต์ดู
อยากขายของดี "ให้สวดมนต์"
อยากให้มีคนรัก "ให้สวดมนต์"
อยากรวย "ให้สวดมนต์"
อยากมีลูกดี "ให้สวดมนต์"
อยากมีแฟนดี ๆ "ให้สวดมนต์"
ใครมีความอยากมีหลายประการ เราก็จะบอกเหมือนกันว่า "ให้สวดมนต์"

เพราะ "เราสวดมนต์นะ นี่เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่เรามี ถึงแม้เราจะมีปัญหามากมายเพียงใดตั้งแต่กลางปีที่แล้วจนถึงสิ้นปี เราก็จะพยายามสวดมนต์ แม้จะไม่ได้ทุกวัน แต่เราก็จะพยายามไปสวดมนต์ให้ได้ คือต้องพยายาม ถึงแม้จะท้อแท้ และล้มเหลวมาหลายครั้ง แต่เราก็จะพยายามนะ พยายามทำให้ได้ เพราะเรากลัวไง เรากลัวว่า ถ้าวันไหน เราหยุดสวดมนต์ เรากลัวเวรกรรมจะตามมาทัน เรากลัวการไม่มีเงิน เรากลัวการไม่มีงาน แต่เวลาที่สวดมนต์ เราจะพยายามทำจิตใจสงบ ไม่คิดฟุ้งซ่าน ทำได้บ้าง ทำไม่ได้บ้าง แต่ทุกครั้งเราจะคิดว่า ทำให้ดีที่สุด แค่นี้แหล่ะ "พอ""

เราก็จะยกข้อดีของการสวดมนต์
ไปบอกกับคนที่เจอปัญหานะว่า
ข้อที่ 2 ของ อิติปิโส ก็คือ สวากขาโต
ซึ่งท่อนนี้จะแปลว่า
พระธรรมเป็นสิ่งที่พระศาสดาตรัสไว้ดีแล้ว ซึ่งผู้รู้ก็จะรู้ได้เฉพาะตน
อันนี้เราก็จะแปลเป็นภาษาที่ทำให้เค้าเข้าใจง่ายขึ้นว่า

พระพุทธศาสนา เป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติเท่านั้น
ที่จะสามารถมองเห็น หรือรับรู้ได้
ถ้าคุณไม่ลองดู แล้วคุณจะรู้ได้ยังไง
ในเมื่อคุณอยากรู้
แต่ถ้าคุณไม่อ่าน
แล้วเมื่อไหร่คุณจะรู้


นี่เป็นสิ่งที่เราพยายามบอกกับหลาย ๆ คนให้เค้าทำ
แต่เราก็ไม่สามาถชักจูงคนได้ทั้งหมดหรอกนะ
เพราะบางครั้งสิ่งที่เราพูดก็มีคนอีกมากมายที่ไม่เชื่อ
เพราะตัวเราเองก็ผิดศีลข้อ 4 ซึ่งผลแห่งการผิดศีลข้อนี้ก็คือ
ทำให้ไม่มีคนเชื่อถือในคำพูดของเรา เหมือนเราพูดเพ้อเจ้อ

แต่เราก็พยายามนะ
เพราะเราแค่อยากให้เค้าได้ดี
และเราอยากให้เค้าได้รู้
ในสิ่งที่เรารู้เช่นเดียวกัน

แค่คิดดี และอยากให้คนอื่นได้ดี
มันก็คงเพียงพอแล้ว
สำหรับการชักชวนคนรอบข้างให้มาสวดมนต์
อย่างมีสติ

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ภูมิใจ


การที่แววมาทำอาชีพ "หมอนวด" ในวันนี้ เพิ่งรู้เหมือนกันนะว่า
ในทุกวันนี้ สังคมมองอาชีพหมอนวดเป็นเหมือนกับ "ผู้หญิงขายตัว" หรือ "ผู้หญิงขายบริการ" เลย
แต่แววเชื่อมั่นในสิ่งที่แววทำ
แววมีครูบาอาจารย์, แววเชื่อมั่นและศรัทธาในสิ่งที่ทำ
แต่บางทีมันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ ถ้าเราได้หันไปเห็นเพื่อนที่ทำงานเดียวกัน เค้ากลับได้เงินมาง่าย ๆ ไม่ต้องเหนื่อยเหมือนเรา เดี๋ยวก็ได้อีกแล้ว ทำไมอ่ะ

บางทีแววก็อยากเป็นเหมือนเค้าบ้างนะ พยายามอยากจะมีกิ๊กเหมือนกัน แต่ทำไม่ได้ แววทำแบบเค้าไม่ได้
เพราะถ้าคุณหา "กิ๊ก" ภายในร้านที่คุณทำงาน
คุณคุยโทรศัพท์กับลูกค้า แล้วให้เค้ามารับคุณออกไปจากร้าน คนภายนอกจะมองกันยังไงอ่ะ

"อันนี้แววรู้นะว่าเค้ามองว่า สามารถซื้อผู้หญิงในร้านนี้ได้ทุกคน เพราะเพื่อนเค้าทำมาแล้ว ทีนี้มันก็ยิ่งเป็นเหมือนกิเลสให้แววคิด ชั่งน้ำหนักดูให้ดี ทำไมเค้าถึงสบายจัง ทำไมเค้าไม่ต้องเหนื่อยเหมือนเรา ไม่ต้องเป็นหนี้เหมือนเรา เค้าไม่เห็นลำบากเหมือนเราเลยอ่ะ จะทำงานหรือไม่ทำงานก็ได้"
"แววอิจฉาเค้านะ"

ถ้าวันไหนที่แววมีลูกค้าเยอะ ๆ แล้วแววเหนื่อยมาก ๆ วันนั้นแววจะภูมิใจมากเลย เพราะเงินที่แววได้มา แววได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของแววเอง มันเป็นเงินที่แววได้มาจากความพยายาม ถึงแม้จะเหนื่อยแสนสาหัส แต่มันคือความภาคภูมิใจ เหนื่อยแค่ไหนแววก็ทำได้

"มีหมอนวดด้วยกันเค้าเคยบอกแววว่า "แววมีศักดิ์ศรีมากเกินไป แววถึงไม่มีจะกินยังไงล่ะ"
เพราะแวว "ไม่ยอมมีกิ๊กเหมือนเค้าเหรอ แววถึงไม่มีเงิน"
แววอยากจะภูมิใจในสิ่งที่แววเป็นนะ
แววอยากให้ลูกชายของแวว ภาคภูมิใจในอาชีพของแม่
ถึงแม้แววเหนื่อยมากกว่านี้อีกร้อยเท่าพันทวี แต่ถ้ามีลูกค้า แววก็ทำได้ เพราะนั่นหมายถึงเงินตรา ที่แววจะมีให้แม่ และให้ลูกของแวว

แววท้อแท้มามากมายแล้ว ปัญหาก็มีมากมาย แววผ่านปัญหามานานัปประการจริง ๆ แต่ทุกปัญหาก็ผ่านพ้นมาได้ เพียงแต่ว่าแววจะเหนื่อยมากหรือน้อยแค่ไหนเท่านั้นแหล่ะ แต่ทุกปัญหามีไว้ให้เราฝ่าฟัน มีไว้ให้เราแก้ไข ถึงแม้ว่า "กว่าที่จะแก้ไขผ่านไปได้ แววจะเสียน้ำตาอีกร้อยพันหยด แววจะต้องเหนือยกว่านี้อีกแสนสาหัส แต่สิ่งที่แววทำทุกวันนี้ แววมีความภาคภูมิใจมากกับอาชีพหมอนวด อาชีพที่สามารถหาเลี้ยงครอบครัวมาได้เป็นเดือน ๆ ที่เราสามารถรอดชีวิตมาได้"

การที่เราต้องอยู่ภายในสังคมที่รอบ ๆ ตัวของเรามีหมอนวดที่แอบแฝงอยู่มากมาย มันก็ทำให้เราเปลี่ยนไปได้เหมือนกันนะ แววก็หวั่นไหวไปตามกระแสของสังคมบ้าง แววก็ท้อแท้เหมือนกันนะ เวลาที่แววเห็นเพื่อน ๆ ได้เงินกันมาง่ายเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่แววก็ไม่ได้มีหน้าตาขี้เหร่อะไรเลย เพียงแค่แววมีอุดมการณ์ในการทำงานของแววเอง แววทำงานของแววให้ดีที่สุดเท่าที่แววจะทำได้ แค่นี้แววก็พอใจแล้วแหล่ะ

การที่เรามีคุณธรรมในสายอาชีพนี้จะทำให้เราต้องเดือดร้อนแค่ไหน แววไม่รู้หรอกนะ แต่แววรู้แค่ว่า "ฟ้ายังมีตา"
ในทุก ๆ เช้่าที่ตื่นนอน แววจะพยายามคิดว่า "ขอให้วันนี้อย่าแย่ไปมากกว่าเมื่อวาน" หรือ "ขอให้พรุ่งนี้อย่าแย่ไปกว่าวันนี้ก็พอแล้ว" เพราะถ้าเมื่อวานเราสามารถผ่านพ้นปัญหาต่าง ๆ มาได้ วันนี้เราก็ต้องผ่านไปให้ได้ เพียงแต่จะเหนื่อยแค่ไหน อีกเรื่องหนึ่งแค่นั้นแหล่ะ


ตอนนี้เงินที่แววนำไปทำบุญ หรือซื้อกับข้าวไปถวายวัด ทุกบาททุกสตางค์เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงที่แววใช้แรงกายในการแลกเปลี่ยนมา แววไม่ได้หลอกลวงเงินของใคร แววนวดให้ลูกค้าเต็มที่ แววอยากให้ลูกค้าของแววทุกคนหายเจ็บ แววคิดว่า "แค่หวังดีและพยายามทำหน้าที่ของแววให้ดีที่สุด" ในเมื่อแววปรารถนาดี

ทุกวันนี้ แววจึงภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับอาชีพนี้
อาชีพที่คนภายนอกไม่อาจมองออกได้เลยว่า "จริง ๆ แล้ว หมอนวดที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ตามคำสั่งสอนของอาจารย์ยังมีเหลืออยู่ ถึงจะมีเงินมากองไว้ตรงหน้า แววก็คงไม่เอาหรอก ถ้าเงินนั้นแววต้องแลกมากับน้ำตาของตัวเอง แววขอแลกกับเหงื่อของตัวเองดีกว่านะ"


ความภาคภูมิใจมันแตกต่างกันจริง ๆ และแตกต่างกันมาก ๆ ด้วยแหล่ะ
อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนภูมิใจกับงานที่คุณทำนะ
ขอให้ทุกคนยึดมั่นในการทำความดี
และทุกอย่างจะดีเองแหล่ะ
เพียงแต่ปัญหาที่เราจะต้องเจอมันจะทำให้เราเหนื่อย
แต่เราจะต้องผ่านไปได้ใช่ไม๊